ข้อบังคับสมาคมฯ


 ข้อบังคับ 

ของ

สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน

สมาคมนี้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า   พ.ศ. 2509 และอยู่ในความดูแลของสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 หมวดที่ 1 บทความทั่วไป

1.      ชื่อของสมาคมการค้า

สมาคมการค้านี้มีชื่อว่า " สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน " เขียนชื่อเป็น อักษรภาษาอังกฤษว่า "Koh Phangan Hotels & Tourism Association" เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า " เกาะพะงัน โฮเต็ล แอนด์ ทัวริสซึ่ม เอสโซซิเอชั่น " โดยใช้ชื่อย่อภาษาไทยว่า " สรทพ." และชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า " PHTA." คำว่า "สมาคม" ที่จะกล่าวต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง " สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน

2.         สำนักงานของสมาคม

สำนักงานของสมาคมนี้ ตั้งอยู่ที่ อาคารอำเภอหลังเก่า เลขที่ 2 หมู่ 2 ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84280 โทร 077-377 610 โทรสาร 077-377 610 อีเมล์: pha152555@gmail.com kohphanganassociation@gmail.com,

3.         ตราของสมาคม มีเครื่องหมายเป็นรูป ดังนี้

          ตราของสมาคมนี้มีเครื่องหมายเป็นรูปแผนที่เกาะพะงันแบ่งเป็น 5 สี 5 โซน ตามเอกลักษณ์ประจำถิ่น มีอักษรย่อ PHTA อยู่ตรงกลาง พร้อมรูปดาว 5 ดวง อยู่ด้านในรูปดวงจันทร์สีเหลืองด้านบนมีอักษร ภาษาไทยว่า สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน” และถัดลงมาด้านล่างมีอักษรภาษาอังกฤษว่า “Koh Phangan Hotels & Tourism Association”

 

คำอธิบายความหมายของตราสมาคม                                                                                    

1.       แผนที่เกาะพะงัน หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติเพื่อรองรับการท่องเที่ยว         

2.       ดาว 5 ดวง หมายถึง การรวมกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม เป็น 5 โซน เพื่อให้มีศักยภาพในการพัฒนา ก่อนจะมารวมกันเป็น 1 สมาคม 5 โซน ยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ยั่งยืน และเป็นเกาะระดับ 5 ดาว

3.       ดวงจันทร์ หมายถึง สัญลักษณ์ของกิจกรรมที่รู้จักกันในนามของ ฟูลมูน เฟสติวัล (FULLMOON FASTIVAL)” ของเกาะพะงันที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างไสวเหนือเกาะพะงันชั่วนิจนิรันดร์

หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์

4.         วัตถุประสงค์ของสมาคม มีดังต่อไปนี้

4.1       เพื่อรวมพลังความสามัคคีในทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดโซนตามกายภาพ ภูมิทัศน์ ในการอนุรักษ์และพัฒนาตามแนวทางที่ยั่งยืนและมีเอกภาพ

4.2       สร้างความเข้าใจต่อการรับรู้ของการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและพัฒนาภาพรวมของเกาะพะงัน

4.3       ช่วยเหลือ, ตกลงให้การคุ้มครอง ส่งเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมืออันดีระหว่างสมาชิกทั้ง หลายของสมาคม ในการร่วมกันแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับบุคคล ภายนอก แลกเปลี่ยนความรู้ ความในทางวิชาการ ตลอดจนข่าว สารต่างๆเกี่ยวกับ ธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบธุรกิจของสมาชิก

4.4       ร่วมมือประสานงานกับภาครัฐและเอกชน เช่น องค์การ สมาคม บริษัท คณะบุคคล หรือบุคคลใดๆ ที่สมาคมเห็นว่าการร่วมมือ ดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวก ในการบรรลุวัตถุประสงค์ของสมาคม

4.5       เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของเกาะพะงัน ตลอดจนข่าวสารอันเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ของเกาะ 5 ดาว

4.6       ดำเนินการส่งเสริมการจัดให้มีการอบรมสัมมนาในงานด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

4.7       จัดให้มีการส่งเสริมและสนับการขายทั้งในและนอกประเทศ

4.8       ทำความตกลงหรือวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติเพื่อให้การประกอบธุรกิจของสมาชิก ได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นตัวแทนในการประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิก หรือระหว่างสมาชิกกับบุคคลภายนอกในการประกอบธุรกิจ

4.9       ร่วมกระทำกิจการ หรือบริจาคเพื่อการกุศล เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อความมั่นคงของเกาะพะงัน

4.10   ร่วมกันอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ กิจกรรมงาน ประเพณี วัฒนธรรม และกิจกรรมท้องถิ่นแบบดั้งเดิม ให้เป็นเอกลักษณ์ของเกาะพะงัน

4.11   เพื่อประสานงานให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือด้านบริการ และความปลอดภัยทั้งชีวิต และทรัพย์สิน แก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนบุคคลทั่วไปในเกาะพะงัน

4.12   เป็นศูนย์บริการข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC Information Center) และองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาเกาะพะงันทั้งในปัจจุบันและอนาคต

4.13   ไม่ฝักใฝ่กับการเมืองใดๆ

4.14   ไม่จัดตั้งโต๊ะสนุกเกอร์ หรือบิลเลียดแต่อย่างใด

 

 หมวดที่ 3 สมาชิกและสมาชิกภาพ

5.         ประเภทสมาชิก สมาชิกสมาคมแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ       

5.1                    สมาชิกสามัญ

5.2                    สมาชิกวิสามัญ

5.3                    สมาชิกสมทบ

5.4                    สมาชิกกิตติมศักดิ์

6.         คุณสมบัติของสมาชิก

6.1      สมาชิกสามัญ ได้แก่ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ที่ประกอบกิจการโรงแรมโดยเปิดเผย มีมาตรฐานตามที่คณะกรรมการสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน กำหนด แต่ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามสมาคมโรงแรมไทยกำหนดหรือโรงแรมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และมีใบอนุญาตก่อสร้างโรงแรม ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการสมาคม ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม

6.2      สมาชิกวิสามัญ  ได้แก่ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และมีมาตรฐานครบถ้วนตามที่ คณะกรรมการสมาคมโรงแรมไทยกำหนด ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการสมาคม ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม

6.3      สมาชิกสมทบ ได้แก่ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ที่ประกอบกิจการที่มีส่วนส่งเสริมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ยกเว้น ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการสมาคม ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม

6.4      สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ที่มีอุปการคุณแก่สมาคมซึ่งคณะกรรมการของสมาคมมีมติให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ และบุคคลนั้นตอบรับคำเชิญ

7.         การสมัครเข้าเป็นสมาชิก

ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ/ สมาชิกวิสามัญ หรือ สมาชิกสมทบ ของสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ โดยมีสมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ รับรองอย่างน้อย 5 คน และให้เลขาธิการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆ ของสมาคมทราบหรือร้องคัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว ให้เลขานุการนำใบสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งแก่ผู้สมัครทราบภายใน 7 วัน

8.         การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก

ให้กรรมการฝ่ายสมาชิกภาพนำใบสมัครพร้อมด้วยหลักฐานทั้งหมดที่สมาคมกำหนดไว้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคม ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันครบกำหนดการประกาศรายชื่อไม่น้อยกว่า 15 วัน ณ สำนักงานของสมาคม เมื่อคณะกรรมการของสมาคมมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้กรรมการฝ่ายสมาชิกภาพมีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครผู้นั้นทราบภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงมติ และจะต้องจัดส่งป็นจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของผู้สมัครที่ปรากฏอยู่ในใบสมัคร

9.         วันเริ่มสมาชิกภาพ

สมาชิกภาพของสมาชิกสามัญ/ สมาชิกวิสามัญ หรือ สมาชิกสมทบ เริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงเรียบ ร้อยแล้ว และสมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม

10.      สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล

สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลจะต้องแต่งตั้งบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้บริหารโรงแรมเป็นผู้แทนของนิติบุคคลนั้นๆ ได้ไม่เกิน 3 คน โดยเป็นผู้แทน 1 คน และผู้แทนสำรองอันดับ 1 อันดับ 2 อีก 2 คน ยื่นต่อคณะกรรมการสมาคม เพื่อปฏิบัติกิจการในหน้าที่และใช้สิทธิแทนนิติบุคคนั้น  หากในการประชุมผู้แทนและผู้แทนสำรองมาพร้อมกันให้ผู้แทนเป็นผู้ใช้สิทธิแทนนิติบุคคล หากในการประชุมมีเพียงผู้แทนสำรองมาพร้อมกันให้ผู้แทนสำรองอันดับต้นใช้สิทธิแทนนิติบุคคล กรณีมีการเปลี่ยนแปลงผู้แทนหรือผู้แทนหรือผู้แทนสำรองของนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นจะต้องแจ้งรายชื่อของผู้แทน หรือผู้แทนสำรองนิติบุคคลมายังที่ทำการสมาคมเป็นลายลักษณ์อักษรทันที ทั้งนี้ผู้แทนหรือผู้แทนสำรองจะสามารถปฏิบัติกิจการในหน้าที่ และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้นได้ภายหลังจากที่ได้แจ้งให้สมาคมทราบแล้ว 3 วัน

11.      สมาชิกที่เป็นบุคคลธรรมดา

ในกรณีสมาชิกที่เป็นบุคคลธรรมดา เพื่อความมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ให้แต่งตั้งผู้แทน 1 คน ยื่นต่อคณะกรรมการสมาคม เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทน หากไม่สามารถมาประชุมด้วยตนเองได้ และหากมีการเปลี่ยนแปลงผู้แทน บุคคลธรรมดานั้นจะต้องแจ้งรายชื่อของผู้แทน มายังที่ทำการสมาคมเป็นลายลักษณ์อักษรทันที ทั้งนี้ผู้แทนจะสามารถปฏิบัติกิจการในหน้าที่ และใช้สิทธิแทนบุคคลธรรมดานั้นได้ภายหลังจากที่ได้แจ้งให้สมาคมทราบแล้ว 3 วัน

12.      ผู้แทนของนิติบุคคล/บุคคลธรรมดา ตามข้อ 10 และ 11 ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ คือ

12.1       เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

12.2       ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปขึ้นไป หรือมีอำนาจตัดสินใจแทนนิติบุคคล/บุคคลธรรมดานั้นได้

12.3       ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลไร้ความสามรถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

12.4       ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกเว้นแต่โทษขั้นลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท

12.5       ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจของสังคม

12.6       เป็นผู้ที่ทางสมาชิกสมาคมให้การยอมรับ

12.7       เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

13.      การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดในกรณีดังต่อไปนี้

13.1   ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคล

13.2   ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6.1 หรือ 6.2 หรือ 6.3 แล้วแต่กรณี

13.3   ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการของสมาคม และได้ชำระหนี้สินที่ค้างชำระแก่สมาคมเรียบร้อยแล้ว

13.4   ต้องคำพิพากษาสูงสุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย

13.5   ที่ประชุมใหญ่สมาชิกของสมาคมลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม ด้วยเหตุผลหนึ่งเหตุผลใดดังต่อไปนี้

ก.    เจตนากระทำการใดๆที่ทำให้สมาคมหรือสมาชิกอื่นเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง

ข.    เจตนาฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบของสมาคม

ค.    ไม่ได้ชำระค่าบำรุงสมาคมหรือเงินอุดหนุนสมาคม หรือเงินประชุมสมาชิกปีละ 6 ครั้ง ในอัตราที่สมาคมกำหนดภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันถึงกำหนดชำระและได้รับหนังสือแจ้งขอให้ชำระหนี้ดังกล่าวจากสมาคมแล้ว

14.      สมาชิกรายใดที่ประชุมใหญ่ของสมาคมได้มีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกตามข้อ 13.5 แล้ว อาจกลับเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ได้หลังจากได้ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกไปแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยการจ่ายค่าบำรุง หรือเงินอุดหนุนสมาคมหรือเงินค่าส่งสริมการขายที่ยังค้างชำระอยู่

15.      สมาชิกรายใดที่ลาออกตามข้อ 13.3 อาจกลับเข้าเป็นสมาชิกได้อีกครั้งหลังจากลาออกไปแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน แต่ต้องจ่ายค่าบำรุง หรือเงินอุดหนุนสมาคมที่ยังค้างชำระอยู่

16.      การรับกลับเข้าเป็นสมาชิกใหม่ตามข้อ 14 และ ข้อ15 ทั้ง 2 กรณี คณะกรรมการของสมาคมจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามความเหมาะสม

17.      ทะเบียนสมาชิก

ให้กรรมการฝ่ายสมาชิกของสมาคมจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงานของสมาคม โดยมีรายการตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 ได้กำหนดไว้

 

 หมวดที่ 4 ค่าธรรมเนียมต่างๆ

18.      สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกสมทบ จะต้องชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท (หนึ่งพันบาท) รวมทั้งชำระค่าบำรุงสมาคมปีละไม่น้อยกว่า 1,000 บาท (หนึ่งพันบาท)

19.      สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน ค่าบำรุง แต่อาจบริจาคเงินอุดหนุนแก่สมาคมได้

20.      การกำหนดเงินค่าลงทะเบียน ค่าบำรุงสมาคม เงินอุดหนุน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละปี ให้เป็นไปตามประกาศของสมาคม

21.      สมาชิกต้องจ่ายค่าบำรุงสมาคม ค่าประชุมสมาชิก และเงินอุดหนุนให้สมาคมตามที่สมาคมกำหนดภายในเดือนเมษายนของทุกปี สำหรับผู้ที่เข้าเป็นสมาชิกใหม่ในปีใดให้ชำระค่าบำรุง ค่าประชุม และเงินอุดหนุน ตามสัดส่วนของเดือนที่เข้าเป็นสมาชิกปีนั้นๆ

      กรณีที่สมาชิกประสบเหตุอุบัติภัยหรือเหตุสุดวิสัยอื่นใดอันมิได้เกิดจากการกระทำของสมาชิก ให้คณะกรรมการพิจารณาลดหย่อนหรือยกเว้นการเรียกเก็บค่าบำรุงสมาคม ค่าประชุมสมาชิก และเงินอุดหนุนสมาคม ตามความเหมาะสมเป็นกรณีไปผลการพิจารณาจากคณะกรรมการในวรรคก่อน จะต้องเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมสมาชิกในโอกาสแรกที่จะกระทำได้

22.        ค่าบำรุงพิเศษ สมาคมอาจเรียกค่าบำรุงพิเศษจำนวนเท่าใดจากสมาชิกได้เป็นครั้งคราว โดยที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด

23.      สมาชิกไม่มีสิทธิที่จะเรียกเงิน ซึ่งได้ชำระให้กับสมาคมไว้แล้วคืนไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น 


  หมวดที่ 5 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

24.         สิทธิของสมาชิก

24.1   ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้

24.2   เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคมหรือคณะกรรมการของสมาคมในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุ ประสงค์ของสมาคม เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม

24.3   ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้โดยมีสมาชิกสามัญร่วมลงนามไม่น้อยกว่า 10 คน ทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสมาคม หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการสมาคม

24.4   เข้าร่วมประชุมเพื่ออภิปรายแสดงความคิดเห็นและซักถามกรรมการในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือในการประชุมใหญ่วิสามัญ แต่การเสนอบัญญัติให้กระทำได้เฉพาะสมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมาชิกสมทบ เท่านั้น

24.5   มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม

24.6   สมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ เท่านั้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือในที่ประชุมใหญ่วิสามัญ หรือในการรับเลือกตั้งเป็นกรรมการของสมาคม

25.      หน้าที่ของสมาชิก

25.1   ต้องเป็นประธานอนุกรรมการ/อนุกรรมการ คณะใดคณะหนึ่งของสมาคม

25.2   ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่และมติของคณะกรรมการของสมาคม โดยเคร่งครัด

25.3   ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียของสมาคม

25.4   ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรือง และมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ

25.5   ต้องชำระเงินค่าบำรุง เงินค่าอุดหนุน และเงินค่าส่งเสริมการขายให้แก่สมาคมตามกำหนด

25.6   สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ นามสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ ย้ายที่ตั้ง สำนักงาน เปลี่ยนแปลงประเภทธุรกิจ เลิกประกอบธุรกิจ หรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการสมาคมทราบเป็นหนังสือภายในกำหนดเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่เปลี่ยนแปลง

 

 

  หมวดที่ 6 คณะกรรมการโซนและสมาคม     

 

26.    การเลือกตั้งคณะกรรมการโซน

ตามข้อบังคับนี้ ให้มีการจัดแบ่งกลุ่มหาดในอำเภอเกาะพะงัน ออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

1.          กลุ่มโรงแรมใน โซนที่หนึ่ง ประกอบด้วย หาดในวก, หาดท้องศาลา, หาดบางจะรุ, หาดบ้านใต้, หาดบางน้ำเค็ม, บ้านค่าย และ หาดหินล่อ

2.          กลุ่มโรงแรมใน โซนที่สอง ประกอบด้วย อ่าวบางสน, หาดริ้นใน, หาดสีกันตัง,หาดลีลา, หัวแหลม,หาดริ้นนอก,หาดคนที, หาดยวน, หาดเทียนตะวันออก, หาดยาวตะวันออก และหาดหวายน้ำ

3.          กลุ่มโรงแรมใน โซนที่สาม ประกอบด้วย หาดท้องนายปานน้อย, หาดท้องนายปานใหญ่, หาดธารเสด็จ และ หาดทองเหรง 

4.          กลุ่มโรงแรมใน โซนที่สี่ ประกอบด้วย หาดสลัด, หาดแม่หาด, หาดทองหลาง, อ่าวหินงาม, อ่าวโฉลก หลำ, หาดขอม, และ หาดขวด   

5.          กลุ่มโรงแรมโซนที่ห้า  ประกอบด้วย หาดปลายแหลม, หาดวกตุ่ม, หินกอง, หาดศรีธนู, หาดเจ้าเภา,หาดสน, หาดดาวดึก, หาดยาว, หาดเทียน, และหาดกรวด

      ให้มีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารโซน โดยให้สมาชิกโรงแรมในหาดต่างๆข้างต้นเลือกตั้งกรรมการเพื่อบริหารกลุ่มโรงแรมในโซน ของตนเอง โดยให้มีตัวแทนของแต่ละหาด ไม่น้อยกว่า 2 คน เป็นกรรม การหาด และให้กรรมการหาดนั้นเลือกประธานโซน 1 คน รองประธานโซน 2 คน, เลขานุการ เหรัญญิก ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือฝ่ายอื่นๆ แล้วแต่คณะกรรมการของกลุ่มหาดจะเห็นสมควร ตำแหน่งละ 1 คน

27.    การเลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคม

      จัดให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเป็นผู้บริหารของสมาคม เพื่อเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก โดยให้ประธานกลุ่มโซน เสนอสมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ ซึ่งตนประสงค์จะให้เข้ารับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ต่อที่ประชุมใหญ่ โดยให้ประธานโซน รับรองด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของประธานโซน โดยให้ผู้ได้รับคะแนนรับรองจากประธานโซน เกิน 3 ใน 5 ของประธานโซน นั้นเป็นนายกสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน แต่ต้องให้สมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ รับรองด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม ด้วยอีกครั้งหนึ่ง

      อนึ่งหากในที่ประชุมใหญ่ ประธานโซนเสนอสมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ มากกว่า 2 คน ให้สมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ  ที่เข้าร่วมประชุมลงมติเลือกตั้งแบบลับ โดยผู้ได้รับคะแนนสูงสุดดำรงตำแหน่งนายกสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน และให้นายกสมาคม มีอำนาจในการแต่งตั้งสมาชิกสมาคม หรือบุคคลภายนอก เป็นคณะทำงาน, คณะที่ปรึกษา ตามความเหมาะสม และให้ประธานโซน  เป็นกรรมการสมาคมโดยตำแหน่ง

      หากประธานโซน/คณะกรรมการโซน ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม  ให้ประธานโซน/กรรมการโซนนั้น พ้นจากตำแหน่ง

คณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน มีวาระอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี กรรมการที่พ้นจากสภาพกรรมการไปแล้ว อาจได้รับลือกเป็นกรรมการได้อีก ยกเว้นนายกสมาคม/ประธานโซน จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่า 2 วาระไม่ได้

      ในกรณีที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เพิ่มจำนวนคณะกรรมการ ให้นายกสมาคมสรรหา สมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ ที่มีความเหมาะสมเพิ่มเติมให้ครบโดยเร็ว และให้กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่อยู่ในวาระเท่ากับกรรมการชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนั้น

28.    กรรมการของสมาคมคนใดไม่ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ 3 ครั้ง ติดต่อกัน โดยไม่มีการลา และโดยปราศจากเหตุ ผลอันสมควรให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง และให้คณะกรรมการสมาคมมีสิทธิแต่งตั้งสมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ ของสมาคมตามกลุ่มโรงแรมนั้นๆ เข้าดำรงตำแหน่งแทน ตลอดเวลาที่เหลือ หากกรรมการที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมต้องแจ้งการลาและเหตุผลหรือแจ้งการให้ผู้แทนเข้าประชุมแทนต่อนายก หรือเลขาธิการทราบล่วงหน้าก่อนมีการประชุมในคราวนั้นไม่น้อยกว่า 1 วัน

29.    การพ้นจากสภาพกรรมการ

กรรมการของสมาคม/กรรมการโซน ย่อมพ้นจากสภาพกรรมการในกรณีดังต่อไปนี้

29.1       ครบกำหนดตามวาระ

29.2       ลาออกโดยคณะกรรมการของสมาคมได้ลงมติอนุมัติแล้ว

29.3       ไม่ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ 3 ครั้งติดต่อกันโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรตามข้อ 28

29.4       พ้นจากการเป็นผู้แทนของสมาชิกวิสามัญซึ่งเป็นนิติบุคคล

29.5       ขาดจากสมาชิกภาพ

29.6       ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

29.7       เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามมาตรา 33 แห่ง พระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

29.8       ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

30.    กรณีตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบวาระไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆให้คณะกรรมการของสมาคม/กรรมการโซน มีอำนาจแต่งตั้งสมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ ในกลุ่มโรงแรมเดียวกันกับตำแหน่งกรรมการที่ว่างลงเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคม/กรรมการหาดที่ว่างลงก่อนครบวาระ และให้กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาผู้ที่ตนแทน

      ถ้าตำแหน่งนายกสมาคม/ประธานโซน ว่างลงก่อนกำหนดตามวาระไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ให้คณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน ทำการตั้งนายกสมาคม/ประธานโซนใหม่จากอุปนายก/รองประธานหาด ตามลำดับ

31.    ในกรณีที่กรรมการของสมาคม/กรรมการโซน ลาออกจากตำแหน่งพร้อมกันเป็นจำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดให้ถือว่าคณะกรรมการของสมาคม/กรรมการโซน ทั้งคณะ พ้นสภาพในการที่จะเป็นคณะกรรมการของสมาคม/กรรมการโซน อีกต่อไป เพียงแต่ให้รักษาการณ์อยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ซึ่งคณะกรรมการชุดรักษาการณ์นี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการหาด ชุดใหม่ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่เริ่มรักษาการณ์

32.    นายกสมาคม/ประธานโซน อาจจะเรียกประชุมคณะกรรมการหรือสมาชิกของสมาคม/สมาชิกโซน ได้ในเวลาใดก็ได้ที่เห็นสมควรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดให้การดำเนินกิจกรรมของสมาคม

33.    องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน

การประชุมของคณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน จะต้องมีกรรมการมาประชุมจำนวนสามในห้าของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงนับเป็นองค์ประชุม และในกรณีที่มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการของสมาคมน้อยกว่าสามในห้า กรรมการที่เหลืออยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่นัดเรียกประชุมใหญ่ เท่านั้น จะกระทำกิจการอย่างอื่นไม่ได้ทั้งสิ้น

34.    มติของที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน

นอกจากที่ได้กล่าวไว้แล้วเป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

35.    ประธานในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคม/คณะกรรมการโซน

ให้นายกสมาคม/ประธานโซนเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคม/ประธานโซน ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายก/รองประธานโซนคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคม/ประธานโซนและรองประธานโซน ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะในการประชุมคราวนั้น

36.    การประชุมคณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน

ให้มีการประชุมคณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน อย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง อนึ่ง ในกรณีจำเป็นนายกสมาคม หรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่า 5 คน จะเรียกประชุมพิเศษขึ้นได้

37.    การรับมอบงานของคณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน

เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แต่ละครั้งในกรณีครบวาระ หรือคณะกรรมการชุดเดิมลาออกทั้งคณะ หรือกรรมการของสมาคมลาออกจากตำแหน่งพร้อมกันเป็นจำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดตามข้อ 31 ให้คณะกรรมการของสมาคมชุดใหม่ยื่นจดทะเบียนเป็นคณะกรรมการของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคมการค้า ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันได้รับเลือกตั้ง และให้เข้ารับมอบงานจากคณะกรรมการชุดเดิมของสมาคมภายใน 30 วันนับแต่วันยื่นจดทะเบียนเป็นคณะกรรมการ

      หากว่ายังไม่มีการจดทะเบียนเป็นกรรมการชุดใหม่ ตามความในวรรคก่อน ให้ถือว่าคณะกรรมการชุดเดิมเป็นคณะกรรมการของสมาคมอยู่ต่อไปตราบเท่าเวลานั้น

38.    อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน 

ให้คณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

38.1            จัดดำเนินกิจการและทรัพย์สินของสมาคม/โซน ให้เป็นไปตามข้อบังคับและมติที่ประชุม

38.2            เลือกตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมการของสมาคม/คณะกรรมการโซน

38.3            วางระเบียบในการปฏิบัติงานของสมาคม/โซน

38.4   แต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง หรือมากกว่านั้น โดยให้มีอำนาจตามที่คณะกรรมการจะได้กำหนดเป็นคราวๆ ไป และคณะอนุกรรมการดังกล่าวจะต้องประกอบด้วย ประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการอีกอย่างน้อย 2 คน อนุกรรมการจะเลือกจากสมาชิกของสมาคม หรือบุคคลภายนอกที่เหมาะสมก็ได้

38.5   แต่งตั้งที่ปรึกษาของสมาคม/โซน และให้ที่ปรึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น อยู่ในตำแหน่งตามวาระของคณะกรรมการของสมาคมชุดนั้นๆ

38.6   ว่าจ้าง แต่งตั้ง และถอดถอนที่ปรึกษาของสมาคม/กลุ่มโซน อนุกรรมการเจ้าหน้าที่ และพนักงานทั้งปวง ตลอดจนบุคคลใด เพื่อให้การดำเนินงานของสมาคม/กลุ่มหาด เป็นไปโดยเรียบร้อย โดยอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการสมาคม/คณะกรรมการโซน

 

 

  หมวดที่ 7 โครงสร้างคณะกรรมการ

 

 

39.    อำนาจหน้าที่ของกรรมการของสมาคมในตำแหน่งต่างๆ

อำนาจหน้าที่ของกรรมการของสมาคมในตำแหน่งต่างๆ มีดังนี้

39.1       นายกสมาคม มีหน้าที่ดำเนินกิจกรรมของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบในการปฏิบัติงานของสมาคมเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมของคณะกรรมการของสมาคมตลอดจนในที่ประชุมใหญ่สมาชิก

39.2   อุปนายกสมาคม มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวงตามที่นายกสมาคมและ/หรือคณะกรรม การของสมาคมจะได้มอบหมาย

39.3   ผู้ช่วยนายกสมาคมฝ่ายต่างๆ มีหน้าที่จัดทำโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายของตน ซึ่งอาจเป็นโครงการที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคม หรือเป็นความต้องการของสมาชิกของสมาคม และทำเสนอโครงการต่อที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมเพื่อพิจารณาเห็นชอบ

39.4   เลขาธิการสมาคม มีหน้าที่ ควบคุมดำเนินการเกี่ยวกับกิจการของสมาคม ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ควบคุมการประชุม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมจะได้มอบหมาย

39.5   ประธานโซน มีหน้าที่ ดำเนินกิจกรรมของโซนให้เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบในการปฏิบัติงานของสมาคมเป็นผู้แทนโซนในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมของคณะกรรมการของโซนตลอดจนในที่ประชุมใหญ่สมาชิก

39.6   เลขานุการ มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่างๆ ของสมาคม เป็นเลขานุการในที่ประ ชุมคณะกรรมการของสมาคมและที่ประชุมใหญ่ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมและ/หรือคณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

39.7   เหรัญญิกสมาคม มีหน้าทีรักษา รับและจ่ายเงิน และติดตามหนี้สินของสมาคม ทำบัญชีการเงินเก็บรักษาและจ่ายพัสดุของสมาคม และมีหน้าที่จัดทำทะเบียนสมาชิกภาพของสมาชิก ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมและ/หรือ คณะ กรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

39.8   ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับกับการโฆษณาเชิญชวนหาสมาชิกโฆษณากิจการและผลงานด้านต่างๆ ของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคม และ/หรือคณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

39.9   ฝ่ายการตลาด มีหน้าที่ส่งเสริมการขายของสมาชิกให้บรรลุเป้าหมายตลอดจนมีหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่นายกสมาคมและ / หรือคณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

39.10    ฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรม มีหน้าที่จัดให้มีการฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในด้านวิชาการ ตลอดจนการวิจัยเกี่ยวกับกิจการโรงแรมให้ทันสมัยอยู่เสมอ และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมและ/หรือคณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย 

39.11    ฝ่ายสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่ส่งเสริมและเผยแพร่ เพื่อพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ตลอดจนมีหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคม และ / คณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

39.12    ฝ่ายประสานงาน  มีหน้าที่ประสานงาน ระหว่างกิจการของสมาคมกับกิจการของโซนต่างๆ ให้ดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนมีหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมและ / หรือคณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

39.13    ปฏิคม สันทนาการ/สถานที่  มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคมและจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม  ตลอดจนมีหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมและ / หรือคณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

39.14    ปฏิคม กิจกรรม/ กีฬา มีหน้าที่จัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง สมาชิกของสมาคมโรงแรมในรูปของกีฬา หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เหมาะสม ตลอดจนมีหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมและ / หรือคณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

39.15    ฝ่ายการต่างประเทศ มีหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศในเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากฝ่ายการตลาด ตลอดจนมีหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคม และ/ หรือคณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

40.    อำนาจหน้าที่ของกรรมการโซนในตำแหน่งต่างๆ

40.1   ประธานโซน มีหน้าที่ ดำเนินกิจกรรมของโซนให้เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบในการปฏิบัติงานของสมาคมเป็นผู้แทนโซนในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมของคณะกรรมการของโซนตลอดจนในที่ประชุมใหญ่สมาชิก

40.2   รองประธาน  มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวงตามที่ประธานโซนและ/หรือคณะกรรมการโซนจะได้มอบหมาย

40.3   กรรมการกลุ่มหาด มีหน้าที่คัดเลือก คณะทำงานประจำโซน ร่วมกับประธานโซน และคัดเลือก 1 คน เป็นคณะกรรมการสมาคม

40.4   เลขานุการ มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่างๆ ของโซน เป็นเลขานุการในที่ประ ชุมคณะกรรมการโซน ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ประธานโซนและ/หรือคณะกรรมการโซนจะได้มอบหมาย

40.5   เหรัญญิก มีหน้าทีรักษา รับและจ่ายเงิน ทำบัญชีการเงินเก็บรักษาและจ่ายพัสดุของโซนตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ประธานโซนและ/หรือคณะกรรมการโซนจะได้มอบหมาย

40.6   ฝ่ายการตลาด มีหน้าที่ส่งเสริมการขายของสมาชิกให้บรรลุเป้าหมายตลอดจนมีหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ประธานโซนและ/หรือคณะกรรมการโซนจะได้มอบหมาย

40.7   ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับกับการโฆษณาเชิญชวนหาสมาชิกโฆษณากิจการและผลงานด้านต่างๆ ของโซฯ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ประธานโซนและ/หรือคณะกรรมการโซนจะได้มอบหมาย

40.8   ฝ่ายปฏิคม  มีหน้าจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างสมาชิกของสมาคมพร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ตามที่ประธานโซนและ/หรือคณะกรรมการโซนจะได้มอบหมาย

40.9   ฝ่ายประสานงาน มีหน้าที่ประสานงานภายใน/ระหว่างโซน ตลอดจนมีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ประธานโซนและ/หรือคณะกรรมการโซนจะได้มอบหมาย

40.10    ที่ปรึกษา มีหน้าที่ ให้คำปรึกษา ข้อระเบียบปฏิบัติ หรือกิจกรรมอื่นใด ตามที่ประธานโซนและ/หรือคณะกรรมการโซนจะได้มอบหมาย

 

 

 

  หมวดที่ 8 การประชุมใหญ่

41.    การประชุมใหญ่ การประชุมใหญ่ให้หมายถึง การประชุมสมาชิกของสมาคม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

41.1                             การประชุมใหญ่สามัญประจำปี คือ การประชุมใหญ่ที่จะต้องให้มีขึ้นครั้งหนึ่งทุกระยะเวลา12 เดือน

41.2                             การประชุมใหญ่วิสามัญ คือ การประชุมใหญ่ครั้งอื่นๆ ที่มีนอกจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี

42.    กำหนดการประชุมใหญ่ กำหนดการประชุมใหญ่มีดังนี้

42.1                             ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่เกินเดือนเมษายนของทุกปี   

42.2   ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการของสมาคมเห็นสมควร หรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด แสดงความจำนงที่จะให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการของสมาคม และให้คณะกรรมการของสมาคมนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงความจำนงที่ขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องระบุข้อความแจ้งเหตุเพื่อการใดที่จะขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญด้วย

43.    การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการของสมาคมจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึง วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ โดยส่งจดหมายแจ้งแก่สมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียน ก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 7 วัน และในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องแนบสำเนารายงานประจำปี และสำเนางบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วไปแสดงด้วย

44.    องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่ของสมาคมจะต้องมีสมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ มาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ ทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม

45.    กรณีที่การประชุมในครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม การประชุมใหญ่ที่ได้เรียกนัดประชุมในวันและเวลาใด หากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดไปแล้ว 1 ชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอให้เลิกประชุม ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมครานั้นออกไป และให้ทำการบอกกล่าวนัดประชุม วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมาน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม

46.    ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกสมาคมทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือก ตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุมเลยก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะการประชุมคราวนั้น

47.    วิธีการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ เท่านั้น มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และสมาชิกสามัญ/วิสามัญ สมาชิก 1 คน  มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียง โดยการออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ให้ถือปฏิบัติเป็น 2 กรณี คือ

47.1            โดยวิธีเปิดเผยให้ใช้วิธีชูมือ

47.2   โดยวิธีการลงคะแนนลับ ให้ใช้วิธีเขียนบัตรลงคะแนนและจะกระทำได้เมื่อคณะกรรมการของสมาคม หรือสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ ที่มาประชุมร้องขอ

48.    มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

49.    กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีดังนี้

49.1                             รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน

49.2                             พิจารณารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี

49.3                             พิจารณาอนุมัติงบดุล

49.4                             เลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคม เมื่อกรรมการชุดเดิมหมดวาระ

49.5                             เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีสำหรับปีต่อไป จากบุคคลภายนอก และ กำหนดค่าตอบแทน

49.6                             พิจารณากำหนดอัตราค่าบำรุงสมาคม และเงินอุดหนุนตามที่คณะกรรมการของสมาคมเสนอ

49.7                             พิจารณาเพิ่มเติม แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคม

49.8   วาระใด ๆ ที่ได้ยื่นไว้เป็นลายลักอักษรต่อนายกสมาคมอย่างน้อย 7 วัน ก่อนการประชุม เว้นแต่สมาชิกส่วนใหญ่ที่เข้า ร่วมประชุมคราวนั้นได้ตกลงยอมรับวาระนั้น โดยมิได้ยกข้อบังคับนี้ขึ้นมากล่าวอ้าง

50.    กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญ  กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญนั้น ได้แก่ กิจการที่จะต้องกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุม แต่ไม่อาจหรือมีเหตุผลทำให้ไม่สามารถจัดทำได้ในการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี

51.    กิจการอันพึงกระทำในการประชุมสมาชิกอื่นๆ กิจการอันพึงกระทำในการประชุมสมาชิกอื่นๆ ได้แก่ กิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไปของสมาคมนอกจากกิจการที่จำเป็นจะต้องกระทำได้ก็แต่โดยการประชุมใหญ่สามัญประจำ หรือ การประชุมใหญ่วิสามัญ

52.    ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการตีความข้อบังคับของสมาคมให้ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

 

หมวดที่ 9 การเงินและการบัญชีของสมาคม  

 

53.    การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการของสมาคมจัดทำงบดุลปีละหนึ่งครั้งแล้ว ส่งให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีและผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันเปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ไม่น้อยกว่า 30 วัน

54.    ปีการบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสิ้นปีการบัญชีของสมาคม

55.    อำนาจของผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้ง มีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุดบัญชี และบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าว ในการนี้ กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกทุกประการเพื่อตรวจ สอบเช่นว่านั้น

56.    การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารเงินฝาก สมุดบัญชีและเอกสาร เงินฝากของสมาคมจะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคมและให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเหรัญญิกสมาคม

57.    การเงินของสมาคม เงินของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์ และ/หรือ สถาบันการเงินที่มั่นคงที่สะดวกในการติดต่อของสมาคม ในนามของสมาคมแต่การฝากเงินไว้กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งนั้น จะต้องมีจำนวนไม่เกินแห่งละ 5 ล้านบาท โดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการ ให้มีเงินทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของสมาคมไม่เกินวงเงิน 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ในการนี้เหรัญญิกสมาคม เป็นผู้รับผิดชอบและรักษาตัวเงิน ส่วนการฝากเงิน การถอนเงิน หรือ การสั่งจ่ายเช็คจากบัญชีของสมาคม ให้อยู่ในอำนาจของนายกสมาคม หรืออุปนายกสมาคมท่านใดท่านหนึ่ง ลงนามร่วมกับเหรัญญิกสมาคม หรือเลขาธิการสมาคม กรรมการของสมาคมผู้ใดจะทำการให้เกิดข้อผูกพันทางการเงินในนามของสมาคมไม่ได้ นอกจากจะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และ/หรือ จากที่ประชุมใหญ่ของสมาคมก่อนโดยมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร

58.    การจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคมแต่ผู้เดียวมีอำนาจที่จะสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) แต่ต้องเป็นการสั่งจ่ายโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมทุกครั้งไป และในการจ่ายเงินของสมาคมครั้งละเกินกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่โดยคะแนนเสียงข้างมาก ซึ่งในการลงมติให้สมาชิกสามัญ/วิสามัญ/สมทบ 1 คน ต่อ1 เสียง

59.    เงินทุนพิเศษ สมาคมอาจหาเงินทุนพิเศษเพื่อมาดำเนินกิจการและส่งเสริมความก้าวหน้าของสมาคมได้ โดยการเชื้อเชิญบุคคลภายนอกและสมาชิกร่วมกันบริจาคหรือกระทำการอื่นใด ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรและไม่ขัดต่อกฎหมาย

 

 

  หมวดที่ 10 การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคม และการชำระบัญชี

 

60.    การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือตัดทอนข้อบังคับ ข้อบังคับนี้จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือเพิ่มเติมได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของคะแนนเสียงทั้งหมดของสมาชิกสามัญ/วิสามัญที่มาประชุม

61.    การเลิกสมาคม สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้

61.1   เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกสามัญ/วิสามัญ ทั้งหมด

61.2   เมื่อล้มละลาย

61.3   เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509

62.    ความรับผิดชอบของสมาชิกที่มีต่อสมาคม มีเพียงเท่าจำนวนเงินอุดหนุน เงินค่าบำรุง และหนี้สินอื่นๆ ที่ค้างชำระจะต้องชำระให้แก่สมาคม

63.    การชำระบัญชี เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าวในข้อ 59 การชำระบัญชีของสมาคมให้นำเอาบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 มาใช้บังคับในกรณีที่สมาคมต้องเลิกไปตามข้อ 59.1 ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกไปตามข้อ 59.3 ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการของสมาคมชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการของสมาคมต่อนายทะเบียนการค้า ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นผู้ชำระบัญชีหากมีทรัพย์สินของสมาคมเหลือจากการชำระบัญชีให้ยกให้แก่ กองทุนพรุครูสุภัทรธรรมาภิรมย์  ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะ หรือ ตามมติที่ประชุมใหญ่

 

บทเฉพาะกาล

 

64.    ให้คณะกรรมการเตรียมการก่อตั้งสมาคมโรงแรมเกาะพะงัน จำนวน 17 คน เป็นสมาชิกเสนอร่างข้อบังคับสมาคมชั่วคราว เสนอต่อที่ประชุมใหญ่สมาคม เพื่อพิจาณาเห็นชอบข้อบังคับ และให้เป็นคณะกรรมการเลือกตั้ง นายกสมาคมโรงแรมเกาะพะงัน/คณะกรรมการโซน และให้คณะกรรมการเตรียมการก่อตั้งสมาคมโรงแรมเกาะพะงันสิ้นสุดลงหลังจาก มีคณะกรรมการสมาคมชุดแรกผ่านการลงมติจากที่ประชุมใหญ่ในวันที่ 15 ตุลาคม 2555

65.    ให้สมาชิกสมทบ มีสิทธิในการสรรหา นายกสมาคม/ประธานโซน เฉพาะในการเลือกตั้ง ชุดแรกเท่านั้น

66.    ให้คณะกรรมการสมาคมโรงแรมเกาะพะงัน ชุดก่อตั้ง มีวาระดำรงตำแหน่ง 6 เดือน และให้นายกสมาคมเรียกประชุมสมัยสามัญ เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมใหม่ ก่อนคณะกรรมการชุดก่อตั้งสิ้นสุดวาระ 15 วัน 

67.    ข้อบังคับฉบับนี้มีผลบังคับนับแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมเป็นต้นไป

68.    ให้คณะกรรมการเตรียมการก่อตั้งสมาคมโรงแรมเกาะพะงัน เป็นสมาชิกสามัญของสมาคมด้วย โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการโรงแรม

 

 

                                                                       ลงชื่อ                                     ผู้แก้ไขข้อบังคับ

 

                                                                                      (นายจเร ภิญโญศิริกุล)

                                                           นายกสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงันเกาะพะงัน

 

Visitors: 24,740