เกี่ยวกับเกาะพะงัน

 

ประวัติและความเป็นมา

ร.5 ธารเสด็จ หลวงพ่อเพชรศูนย์รวมใจ พระจันทร์สวย ทะเลใส หาดทรายขาว ปะการังแพรวพราว เพชรกลางอ่าวเมืองคนดี
 

บริบททั่วไปของเกาะพะงัน

    เกาะพะงัน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 100 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 120,625 ไร่ หรือ 168 ตารางกิโลเมตร มีเกาะใหญ่จำนวน 6 เกาะ คือ เกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะแตนอก เกาะแตใน และเกาะม้า มีประชากรประมาณ 12,159 คน (สิงหาคม 2555) แบ่งการปกครองเป็น 4เทศบาล ได้แก่ เทศบาลตำบลเกาะพะงัน เทศบาลตำบลบ้านใต้ เทศบาลตำบลเพชรพะงัน และ เทศบาลตำบลเกาะเต่า มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติทางทะเล และป่าไม้ มีชายหาดสวยงามที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น หาดริ้น หาดท้องนายปาน หาดขวด หาดยาว หาดสน หาดสลัด หาดแม่หาด และมีแหล่งดำน้ำที่สวยงาม เช่น เกาะเต่า และ เกาะม้า โดยรวม เกาะพะงัน มีสภาพอากาศอบอุ่นตลอดปี จึงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะพะงัน ตลอดทั้งปี การเดินทางท่องเที่ยวภายในเกาะก็สะดวกทั้งทางบกและทางทะเล

    ย้อนหลังเมื่อปี พ.ศ.2431 หรือเมื่อ 120 ปีที่ผ่านมา รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเกาะพะงันเป็นครั้งแรก และได้พระราชทานนามน้ำตกบนเกาะพะงัน ถึงสามแห่ง ได้แก่ น้ำตกธารเสด็จ,น้ำตกธารประพาส และน้ำตกประเวศ โดยเฉพาะน้ำตกธารเสด็จ ทรงเป็นที่โปรดปรานพระราชหฤทัย พระองค์เสด็จประพาสถึง 14 ครั้ง มีหลักฐานจารึกเป็น พระปรมาภิไธยแบบย่อยบนก้อนหินอยู่ริมน้ำตกจนถึงปัจจุบัน เป็นความภาคภูมิใจของชาวเกาะพะงันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับร้อยปี

    เกาะพะงันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในด้านความงามของธรรมชาติ ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าป่าไม้ น้ำตก ชายหาด และแหล่งดำน้ำรอบเกาะสำหรับกิจกรรมที่ขึ้นชื่อของเกาะพะงัน ที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศรู้จัก และใฝ่ฝันที่จะต้องมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต คือ งานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่จัดขึ้นทุกวันพระจันทร์เต็มดวงที่ หาดริ้น ชายหาดที่ขึ้นชื่อว่าเห็นพระจันทร์สวยที่สุดในโลก

    ปัจจุบันเกาะพะงัน มีความพร้อม และยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยที่พักที่หลากหลาย การเดินทางที่สะดวกสบาย ความปลอดภัย กิจกรรมนันทนาการต่างๆ ที่สร้างความประทับใจ ให้กับผู้มาเยือนเกาะพะงัน โดยมิรู้ลืม ดังคำขวัญประจำเกาะที่ว่า “ร.5 ธารเสด็จ หลวงพ่อเพชรรวมใจ เกาะพะงัน พระจันทร์สวยน้ำใส หาดทรายขาว ปะการังแพรวพราว เพชรกลางอ่าว เมืองคนดี”

 

ประวัติความเป็นมาของเกาะพะงัน

    ชื่อ เกาะพะงันคำว่า “พะงัน” สันนิษฐานมาจากคำว่า “พะ”แปลว่า พบ กับคำว่า “งัน” หมายถึง หาดทรายที่มองเห็นได้เวลาน้ำลด (อนุสาร อ.ส.ท. 2524: 54)

    มีผู้กล่าวว่า มีความหมายมาจากคำว่า "หลังงัน" เป็นภาษาถิ่นหมายถึงสันทรายที่โผล่พ้นน้ำเมื่อยามน้ำลง ชื่อ "เกาะพะงัน" เดิมคำว่า"พงัน" ไม่มีสระ "ะ" หลังจากที่ได้รับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอเมื่อ พ.ศ. 2513 และเป็นอำเภอ เกาะพะงัน เมื่อ พ.ศ. 2520 ทางราชการได้เพิ่มสระ เป็น "พะงัน" จนถึงทุกวันนี้ คำว่า "พงัน" หรือ "พะงัน" มีความหมายเดียวกัน เพราะมีความหมายเดียวกันคือ เกาะพงัน หรือ เกาะพะงัน

เรื่องราวความเป็นมา

    เกาะพะงัน ปรากฏหลักฐานชัดเจนทางประวัติศาสตร์ในต้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เกาะสมุยไปขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราช ส่วนเกาะพะงันนั้นขึ้นอยู่กับเมืองไชยา จึงทำให้ทั้งสองเกาะที่อยู่ใกล้ กันก็เหมือนไกลกันต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดช(สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังสี)ทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือชีวิวัฒน์ อันเป็นเรื่องทำ นองรายงานการเสด็จตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้ ทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.2427 กล่าวเนื้อความถึงเกาะพะงันตอนหนึ่งว่า “เมื่อเสด็จถึงเกาะพะงันนั้น เรือสุริยมณฑล จอดทอดสมอที่อ่าวพะงันด้านใต้ซึ่งน้ำลึก 3 วา อยู่ห่างจากเกาะเกือบ 3 กิโลเมตรมองไปบนเกาะเห็นภูเขาสูงๆ สลับซับซ้อนกัน ชายหาดด้านนั้นมีหาดทรายและปะการังเป็นแนวซึ่งชาวเกาะเรียกว่าคันนา เรือเล็กจะเข้าฝั่งต้องเลาะแนวปะการังไปเข้าฝั่งตามช่องว่างระหว่างปะการังกับฝั่ง เวลาน้ำขึ้นเรือเดินได้เลยแหลมด้านใต้ไปทางทิศตะวันออกมีธารน้ำจืดไหลจากเขาลงมาทะเลหลายสาย บนเกาะนี้เคยมีทอง คำตามชายฝั่งมีสวนมะพร้าวเรียงราย ราษฎรทำรั้วกั้นเขตสวนตลอดไปตามชายทะเลบนเกาะมีราษฎรไทย จีน ประมาณ 300 ครัวเรือน แบ่งออกเป็น 2 พวกๆ หนึ่งเป็นส่วนดีบุก เสียเงินปีละ 2 บาท 2 สลึง อีกพวกหนึ่งเป็นส่วยรังนก เสียเงินปีละ 5 บาท 2 สลึง”

    สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังสี ทรงสรุปชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเกาะพงันสมัยนั้นว่า “พวกราษฎรชาวเกาะถือกันว่ามีความสุข เสียค่าส่วยแล้วก็ต้องถูกหมายขอแรงบ้าง ไม่ถึงกับเดือดร้อน”ตามประวัติยังกล่าวว่าสมัยเกาะพะงันเป็นเมืองขึ้นต่อเมืองไชยา ที่ว่าการเมืองของเกาะ พะงันตั้งอยู่ที่บ้านวกตุ่มซึ่งสถานที่แห่งนี้เจริญที่สุด กว่าทุกแห่งของเกาะสมัยนั้น และด้วยเหตุผลที่ว่า อ่าววกตุ่มเป็นอ่าวที่เหมาะกับการจอดเรือใบ อีกประการหนึ่งเป็นอ่าวที่ใกล้ที่สุดกับอ่าวพุมเรียงเมืองไชยา ซึ่งเป็นจุดที่ใช้ติดต่อกันระหว่างเมืองไชยากับเกาะพะงัน ผู้ครองเกาะพะงันสมัยนั้น เรียกว่า หัวเมือง หัวเมืองคนสุดท้ายคือ หลวงสมุทรคีรี เป็น ผู้ที่พระยาวจีสัตย์รักษ์(ขำ ศรียาภัย)เจ้าเมือง ไชยาส่งมาเป็นหัวเมือง

    พ.ศ. 2440 สืบเนื่องมาจากการเสด็จตรวจราชการในครั้งนั้น จึงมีการยุบเมืองเกาะสมุยรวมกับเกาะพะงัน ตั้งเป็นนายอำเภอเกาะสมุยขึ้นต่อเมืองไชยา เมืองไชยานั้นยุบเป็นอำเภอไชยาของมณฑลสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีสถานที่ราชการใหม่ที่บ้านดอน ริมฝั่งแม่น้ำตาปี

    เกาะพะงัน ได้ขึ้นอยู่กับกับเกาะสมุยเรื่อยมาจน พ.ศ. 2513 ก็ได้รับการยกฐานะ เป็นกิ่งอำเภอเกาะพะงัน สังกัดอำเภอเกาะสมุย ครั้นชุมชนในท้องถิ่นเจริญมากขึ้น จึงได้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศเกาะพะงันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2520 โดยแบ่งการปกครองออก เป็น 2 ตำบล คือ ตำบลเกาะพะงัน และตำบลบ้านใต้ มีประชากร 8,000 คนเศษ อาศัยแยกกันอยู่ 2 เกาะ ได้ แก่เกาะพะงัน มีเนื้อที่ 168 ตารางกิโลเมตร และเกาะเต่า มีเนื้อที่ 25 ตารางกิโลเมตร

    เกาะพะงันเป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับสองรองจากเกาะสมุยมีเนื้อที่ 193 ตารางกิโลเมตรเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีประกอบไปด้วยเกาะ 10 เกาะ คือ เกาะพะงัน เกาะแตนอก เกาะแตใน เกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะม้า เกาะหินใบ เกาะกงเกลี้ยง เกาะว่าวใหญ่ เกาะตุ้งกูด้วยสภาพแวดล้อมที่ยังคงเป็นธรรมชาติมากกว่าเกาะสมุย นักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบและธรรมชาติจึงนิยมเดินทางมาเที่ยวเกาะพะงันมากขึ้น แม้ใช้เวลาเดินทางนานกว่าและมีสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยกว่าเกาะสมุยแต่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าและมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า เกาะพะงันจึงเป็นทางเลือกของนัก ท่องเที่ยวที่ชอบความเงียบสงบ หาดที่สวยและมีชื่อเสียงมากที่สุดอยู่ด้านตะวันออกของเกาะได้แก่ หาดริ้น อ่าวท้องนายปาน และอ่าวหาดยาว ทางด้านตะวันตกของเกาะ แต่จากการจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้ นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบสงบจึงหันไปพักแถบอ่าวท้องนายปานและอ่าวหาดยาวแทน ชายหาดด้านตะวันตกบาง ส่วนเป็นหาดโคลนใต้ทะเลทางด้านเหนือของเกาะพะงันยังมีแนวปะการังที่สวยงามให้ชมบางส่วนมีลักษณะเป็นกองหินใต้น้ำสีสันต่างกัน เช่น กองหินเขียว และ กองหินแดง นับเป็นจุดดำน้ำชมปะการังที่สวย งามที่สุดของอ่าวไทย

ลักษณะที่ตั้งและอาณาเขต

    อำเภอเกาะพะงัน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่บริเวณเส้นรุ้งที่ 9 45º เหนือ และเส้นแวงที่ 1ºตะวันออก ห่างจากอำเภอเกาะสมุย ไปทางเหนือประมาณ 15 กิโลเมตรมีพื้นที่ 193ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะ 10 เกาะ คือ เกาะพะงัน เกาะแตนอก เกาะแตใน เกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะม้า เกาะหินใบ เกาะกงเกลี้ยง เกาะว่าวใหญ่ เกาะตุ้งกู มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้คือ

                                ทิศเหนือ               ติดต่อกับอาณาเขตพื้นที่จังหวัดชุมพร

                                ทิศใต้                 ติดต่อกับอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

                                ทิศตะวันออก            ติดต่อกับทะเลอ่าวไทย

                                ทิศตะวันตก             ติดต่อกับเขตอำเภอไชยา  อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ลักษณะภูมิประเทศ

    เกาะพะงันมีภูเขาอยู่ตรงกลางเกาะ ทอดตัวจากเหนือจดใต้ มีที่ราบบริเวณทางทิศตะวันตก ส่วนทางตะวันออกเห็นเทือกเขาจดทะเลบางแห่ง ก็มีอ่าวเล็กอ่าวน้อยเรือเข้าจอดได้เห็นบางฤดูช่วงมรสุมตั้ง แต่เดือนตุลาคมถึงมกราคม จะมีลมตะวันออกพัดผ่านเป็นอุปสรรคต่อการเดินทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ชายหาด มีสันทราย และแนวหินปะการังที่ เรียกว่า “คันนา” รอบๆ เกาะ พื้นที่เป็นหินและดินที่พังทลายได้ง่าย ภูเขาสูงได้แก่ เขาไม้งาม เขาตาหลวง เขาไม้แก้ว เกาะพะงันมีพื้นที่ราบและเป็นป่า มียอดเขาหราสูงสุด 636 เมตร สูงสุดในอ่าไทย (กรมแผนที่ทหารเรือ) ตั้งอยู่กลางเกาะด้านทิศเหนือ แนวเขายาวจรดทิศใต้ สภาพป่าไม้ยังมีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่ปัจจุบันราษฎรได้บุกรุกเข้าไปถือครองเป็นจำนวนมาก

ลักษณะภูมิอากาศ  

    เกาะพะงันได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้ง 2 ด้าน คือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูกาลแบ่งออกเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน โดยฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เป็นช่วยปลายลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศจะคลายความชุ่มชื้นประกอบกับมีกระแสน้ำอุ่นพัดจากทะเลจีนใต้ ทำให้มีฝนตกน้อย และอุณหภูมิสูงขึ้น แต่คลื่นลมสงบน้ำทะเลใน เหมาะแก่การท่องเที่ยวอย่างยิ่ง ส่วนฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงมกราคม สำหรับช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคมเป็นช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีฝนตกชุกไปจนถึง เดือนมกราคมของทุกปี โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน มีจำนวนวันที่ฝนตกโดยเฉลี่ยถึง 20.2 วันต่อเดือน ปริมาณน้ำฝน 1,919.2 มิลลิเมตรต่อปี

พืชพรรณและสัตว์ป่า

    ในเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงันสามารถจำแนกชนิดของพันธุ์ไม้ออกได้ตามประเภท ของป่าเป็น ป่าดงดิบชื้น มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ยาง ยูง ตะเคียน กระท้อน ขนุนปาน จิกเขา ตำสา นาคบุตร พิกุลป่า หว้า เหรียง หลาวชะโอน เป็นต้น สำหรับพืชชั้นล่างประกอบด้วย ไผ่ชนิดต่างๆ ระกำหวาย เต่าร้าง ตลอดจนพืชชั้นต่ำที่อาศัยลำต้นหรือเรือนยอดของต้นไม้ขนาดใหญ่ หรือเกิดขึ้นร่วมกับไม้อื่นๆ เช่น ว่านหางช้าง(เพชรหึง)จัดเป็นกล้วยไม้ชนิดหนึ่งที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุด มีก้านดอกที่ยาวประมาณ 1 เมตร จะพบได้ทั่วไปตามบริเวณไหล่เขา นอกจากนั้นยังมีกล้วยไม้ป่าชนิดต่างๆ อีกมากมายตามร่องน้ำที่เป็นเขาหินเป็นส่วนใหญ่ มีเนื้อดินเป็นชั้นบางๆ จึงประกอบด้วยไม้ที่มีขนาดเล็ก ลำต้นไม่สูงมากนัก พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ พลองใบใหญ่ รังเขา หัวค่าง พลองตาเป็ด พลองกินลูกเจียด ชมัง หลงใหล ข่อยหนาม มังตาล ยมหิน ยอป่า ฯลฯ และ ป่าเขาหินปูน พบตามบริเวณเกาะแก่งต่างๆ พันธุ์ไม้ที่พบเป็นพวกไทร โพทะเล ปอทะเล เขียด สลัดได เป็นต้น

    อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิดสามารถจำแนกออกได้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประกอบด้วย กวางป่า หมูป่า ลิง ค่าง พญากระรอก กระแต อีเห็น ชะมด และหนูชนิดต่างๆ นก ประกอบด้วย เหยี่ยวรุ้ง นกออก นกเอี้ยง นกขุนทอง อีกา นกดุเหว่า นกกวัก นกกระปูดใหญ่ นกกระเต็น นกกางเขนดง นกกางเขนบ้าน นกเขา นกเขาเขียว นกปรอดคอลาย เป็นต้น สัตว์เลื้อยคลาน ประกอบด้วย เต่า ตะพาบน้ำ กิ้งก่า ตุ๊กแก แย้ จิ้งเหลน ตะกวด งูเห่า งูจงอาง งูเขียว งูเหลือม เป็นต้น สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ประกอบด้วย กบ และเขียดชนิดต่างๆ ปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ประกอบด้วย ปลาดุก ปลาช่อน ปลาหมอ กุ้ง และปูน้ำตก ในท้องทะเลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเสด็จอุดมสมบูรณ์ด้วยปะการัง ปู ปลา และหอยชนิดต่างๆ เช่น ปลากระเบนจุดขาว ปลากระเบนราหู ฉลามวาฬ ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง หอยนางรม หอยมือเสือ หอยร้อยรู หมึกกล้วย หมึกกระดอง หมึกสาย เต่าตะนุ และเต่ากระ เป็นต้น

                                                                                    ข้อมูลเกาะพะงันโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 
Visitors: 25,719